Skip to content

เงียบเหงา ....

มิทติ้งชมรมครั้งที่ 33/1 : หลังกีฬาเฟรชชี่

กรกฎาคม 11, 2011

ใจหายมากครับ เมื่อพบว่า เรื่องชื่อเดียวกันนี้ ที่เพิ่งเคยถูกเขียนไปครบอีกปีหนึ่งแล้ว

http://pharmatist.wordpress.com/2010/07/11/meeting-1-32/

ปีนี้กีฬาเฟรชชี่ถูกจัดขึ้น โดยทีมเรามีชื่อว่า “โกร่ง กล้อง เกียร์” ซึ่งแทนความหมายสัญลักษณ์แต่ละคณะที่ co ด้วย //เป็นชื่อที่น่ารักที่สุดตั้งแต่ที่เคยได้ยินมา 55

แปลกตาไหม? โรงยิมเราทำไมมีต้นไม้งอกมา //ปีนี้ด้วยความไม่พร้อมของสถานที่  ทางผู้จัดได้ใช้สถานที่คือสนามกีฬาบน ในการแข่งขันแทน

บรรยากาศผู้ชมที่ยืนล้อมดูการแข่งขันของทั้ง 4 สแตนด์  บรรยากาศจริงมันมืดกว่านี้ เห็นอะไรหลัดๆ ไกลๆ ความเห็นส่วนตัวไม่ค่อยอยากดูเท่าไหร่

และเมื่อเลิกงาน เจ้าพวกฟาร์มาติสท์ทั้งหลายต่างเก็บของ ตามหน้าที่  เวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน เด็กๆ ก็เดินเท้ามาถึงร้านนมสด

แนะนำตัวตามธรรมเนียม // พี่ปี 5 มี Bm กับ มุมิน (แถมฝนแพร่มาด้วย) (ขออนุญาตไม่ใช้นามฟาร์มาติสท์นะ ของบางคนเราจำไมได้แล้ว 55+)

ปี 4 ปิงปอง (ประธานชมรมน่ะ) และออย (หนึ่งในสองทายาทแบล็กไลท์ในตำนาน-ขี้เว่อร์)

ปี 3 แป๋ม แจ๋ว น้ำตาล วาว ผักบุ้ง โอ๊ต การ์ตูน ชุ บาส และหนอนไหม (เด็กใหม่ – เป็นตากล้องด้วยนะ)

ส่วนปี 2 เนื่องจากพรุ่งนี้สอบ Biostat ดังนั้น จึงไม่ปรากฏพบในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้ //เสียดายนะ – -a

และน้องปี 1 จำนวน 18 คน //ขอโทษนะคับ พี่จำชื่อได้ไม่หมด T-T ขอเอ่ยชื่อตัวเฮดล่ะกัน … น้องเข็ม คับ

สุดท้าย ประธานชมรมกล่าวขอบคุณและพูดคร่าวๆเกี่ยวกับชมรม  ก่อนจะปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศง่วงเหงานอน //มีน้องหลับคาโต๊ะด้วยเหอะ

ก่อนจะเดินกลับที่พักตามธรรมเนียม (ธรรมเนียมคือ เดิน 55)

อบอุ่นดี ^0^

ติสท์เทอด รายงานคับ!

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมเฮดศิลป์ต้องจัดฟัน ?

พฤศจิกายน 22, 2010
tags: ,

ทำไมเฮดศิลป์ต้องจัดฟัน ?

ปี 5 ……

ปี 4 ……

ปี 3 …… , ……

แหะๆ

กีฬา 14 คณะ 2553 : Canceled

พฤศจิกายน 22, 2010

วันนี้วันที่ 22 พฤศจิกายน 2553

หากเป็นปีก่อนๆ ช่วงนี้ของปี  ณ เวลาประมาณนี้ ที่คณะคงวุ่นวายไปด้วยเด็กๆ ปีหนึ่ง และพี่ๆ บางส่วน …  นั่งเตรียมการแข่งขันสแตนด์เชียร์  พวกฟาร์มาติสต์ทั้งหลายคงนั่งหลังขดหลังแข็งตรากตรำทำสิ่งที่ TC ต้องการ  เด็กๆ ปีหนึ่งที่ขึ้นสแตนด์คงนั่งมีความสุขอยู่บนเก้าอี้ที่ห้องสุนาลินีฯ  ลานมรกตก็เต็มไปด้วยหลีดรุ่นพี่รุ่นน้อง ….

อาทิตย์ 21 พฤศจิกายน 2533  ประกวดขบวนพาเหรดงานลอยกระทง  : ยกเลิก

อาทิตย์ 28 พฤศจิกายน 2533  ประกวดสแตนด์สันทนาการ/ขบวนพาเหรด  : ยกเลิก

เสาร์ 4  ธันวาคม  2533    ประกวดสแตนด์สวยงาม : ยกเลิก

ข้อดีที่ยกเลิก

เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ 2553 (อันนี้ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร  คนเค้าลืมกันเกือบหมดแระ)

นักศึกษาได้มีเวลาศึกษาเล่าเรียนมากขึ้น  มีเวลานอนอย่างพอเพียง  ฯลฯ

ประหยัดงบประมาณแผ่นดินขึ้นเยอะ

ได้ปรับปรุ่งโรงยิมฯ ใหม่เร็วขึ้น (จะได้เสร็จเร็วๆไง)

ข้อเสีย

สโมฯบางคนตกงาน (แหะๆ)

ร้านวัสดุอุปกรณ์ขาดรายได้

นศภ. ไม่มีช่วงเวลาอันน่าประทับใจ (หรอ?) ไม่รู้รับมอบเฉลวกันรึยัง ?

ยังไม่มีฟาร์มาติสต์รุ่น 2553 อย่างเป็นทางการ!!!!

มิทติ้งชมรมครั้งที่ 32/1 : หลังกีฬาเฟรชชี่

กรกฎาคม 11, 2010

บรรยากาศเบลอๆ ของงานเลี้ยงขอบคุณน้องๆฝ่ายศิลป์เฟรชชี่ ปี 2553

หลังปิดงานกีฬาเฟรชชี่ศรีตรังเกมส์  เวลาประมาณ 23.00  น้องๆ จึงขนอุปกรณ์มาเก็บที่สโมสรฯ  แล้วเดินด้วย 2 เท้าไปยังร้านสวนนม

โดยพี่ๆ ฟาร์มาติสต์ แด่น้องๆ ฝ่ายศิลป์ …

พี่ฟาร์มาติสต์  มี  ๑)ต.เทอด  ๒)ต.มิน  ๓)ต.สมปอง  ๔)ต.สมพร  ๕)ต.ปุ้มปุ้ย  ๖)ต.สุขราม  ๗)ต.ตาล  ๘)ต.จันฉาย  ๙)ต.วาล์ว  ๑๐)ต.บาสสะอิ้ง  ๑๑)ต.น้องปุ๋ย  ๑๒)ต. อบจ?

เขียนชื่อแบบงงๆ  ไปสืบเองว่าใครชื่อไรมั่ง (ต.ย่อมาจากติสท์)

ส่วนน้องๆ  ตามลำดับการแนะนำตัว  ๑) น้องมุก  ๒)น้องฝนอ้อย   ๓)น้องเมย์  ๔)น้องโจ  ๕)น้องมีน  ๖)น้องน้ำผึ้ง  ๗)น้องหลิน   ๘)น้องจุ๊บ   ๙)น้องนัท  ๑๐)น้องกอล์ฟ  ๑๑)น้องเจิน  เดอะเฮด ๑๒)น้องมีมี่  ๑๓)น้องปอ  ๑๔)น้องจีน

น้องๆ จะมีคำว่าติสท์นำหน้าเมื่อถึงเวลา ….

กิจกรรมวันนี้   แถลงการณ์ข้อบังคับชมรมฯ   แนะนำตัว  และกิน  (และเผากันเอง)

เสร็จแล้ววว  ก็เดินเท้ากลับหอกัน …   เสร็จงานนี้มีเงินเข้าชมรมอีก  38  บาท  ทำอะไรกันดี??

แยกทางกันที่วงเวียนทรัพย์  เจอกันเมื่อชาติต้องการ

ติสท์เทอด รายงาน


คิด นิด นึง : เรื่องเล่าจากสโมฯเก่า

มิถุนายน 15, 2010

ภาพประกอบ : กระจั๊วตัวน้อยสองตัว เริงระบำในสโมฯใหม่ (อยู่ตรงประตูหนึ่ง และเป็นจุดเห็นได้ชัดด้านหน้าอีกหนึ่ง) น่าแปลกไม่เคยเจอมันในสโมฯเก่า 555

สโมฯเก่า หรือที่น้องๆในรุ่นใหม่จะได้รู้จักในชื่อ ห้อง Pharmatist (ต้องโปรโมทนิดนึง) เป็นส่วนหนึ่งของสโมฯนั่นแหละ แต่ไว้เก็บของที่มองไม่เห็นว่าจะมีค่ามากมายอะไรนัก หรือมองไม่เห็นว่าจะมาใครมาขโมยไป จึงเก็บไว้่ในห้องแห่งนี้ ซึ่งเป็นห้องเปิด ใครอยากเข้าก็สามารถเข้าได้  ข้าวของในสโมฯเก่า ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ฝ่ายศิลป์ จำพวกผ้า ฟิวเจอร์บอร์ด กระดาษ ฯลฯ  นอกจากนี้ยังเก็บพัสดุของฝ่ายแสงสีเสียง  ฝ่ายสถานที่  ฝ่ายกีฬา และฝ่ายสวัสดิการด้วย

กาลครั้งหนึ่ง หากมีกิจกรรมใดที่ต้องมีการแสดง/ การโชว์อะไรก็ตาม  ก็ย่อมต้องมีการประดิษฐ์อะไรก็ตามที่ใช้สำหรับการนั้น พูดแล้วงง  ยกตัวอย่างชัดๆ เช่น ค่ายเขียนเฉลวมีการโชว์เชียร์  ประกวดพาเหรด ฯลฯ สิ่งที่ตามมาคือ น้องๆ ก็ต้องประดิษฐ์ของต่างๆ ที่ทำให้่ฝ่ายของตนดูดีที่สุด เป็นต้น ชุดที่ใช้ประกอบ อุปกรณ์เชียร์ต่างๆ แม้เป็นค่ายเล่นๆ แต่ทุกคนก็จริงจัง  เข้ามาในสโมฯเก่า และนำเอาวัสดุที่มองเห็นมาประดิษฐ์เป็นสิ่งที่ตนต้องการ
*ยกตัวอย่างน้องๆ แต่ในที่นี้ ไม่ได้จะกล่าวหาแต่น้องๆ  พูดรวมๆให้ฟัง

เมื่อใช้เสร็จก็นำไปเก็บไว้ที่เดิม  อะไรที่ยังพอคงสภาพ หรือยังเห็นว่าสวยอยู่ไม่อยากทิ้ง ก็เก็บไว้

อะไรที่เก่าหรือพังแล้ว ก็ทิ้งไป

เหมือนลมมรสุมพัดมา ข้าวของที่เป็นชิ้่นใหญ่ๆ ถูกทำให้กลายเป็นชิ้นเล็กในทันที เป็นสัจธรรมที่ว่า ของในสโมเก่าจะเล็กลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป สมมุติเรามีแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดขนาดใหญ่สุดหนึ่งแผ่น เมื่อหนึ่งงานผ่านไป มันจะเหลือขนาดครึ่งนึง และอีกงานผ่านไป ครึ่งนึงนั้นก็จะย่อยลงไปอีกเรื่อยๆ เป็นต้น

ประเด็นที่ทำให้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา อาจคิดว่าผู้เขียนเป็นคนขี้งก ขี้เสียดาย บางทีก็แสดงออกเว่อร์ไปนิดนึง แต่ก็ทำไปด้วยความรู้สึกที่ว่า ถ้าทำแบบนั้นมันไม่คุ้มเลย ค่ำวันนี้ ผู้เขียนเจอห่วงฮูล่าฮูปที่ขึงผ้าสีครีมเอาไว้จำนวน 4 ห่วง เป็นงานที่ทำอย่างลวกๆ คาดว่าคนทำอาจจะใช้ทำอะไรสักอย่างที่เป็นงานที่ไม่คุ้มค่าอีกแล้ว

การทำแบบนั้นไม่แปลก  แต่ทำให้ตะหงิดขึ้นมา ตรงที่ผ้าสีครีมนั้น ผู้เขียนเป็นคนเย็บต่อกันเป็นผืนใหญ่ …

เมื่อปีที่แล้ว ผู้เขียนได้ไปซื้อผ้าสีครีมยาวมากๆ  ราคา 1000 บาทถ้วนมา  แล้วเอาส่วนหนึ่งไปจ้างเค้าเย็บต่อกันเป็นผืนใหญ่มากๆ ค่าจ้าง 300 บาทได้  เพราะคิดว่า จะใช้ต่อไปภายหน้าได้หลายงาน  ส่วนที่เหลือก็ใช้ตกแต่งในสถานที่นั้นๆ เป็น Theme เดียวกัน ฯลฯ

แต่ผ้าผืนที่ต่อกันขนาดใหญ่นี้ ถูกฉีกออกอย่างเลือดเย็น แล้วเอามาขึงกับฮูล่าฮูป  กลายเป็นเศษผ้าร้ายๆ ผืนหนึ่ง T-T

หากผู้เขียนอยู่ในเหตุการณ์ จะบอกคนทำว่า ลองเอาผ้าผืนอื่นดีไหม  ผ้าในสโมเก่ามีราว 50 ผืน  เลือกชิ้นที่ขนาดพอดี  ได้ไม่ต้องฉีกผ้านี้ไปทำ

กรณีนี้ยังรวมไปถึงสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างที่ทำอย่างคึกคะนอง  เห็นว่ามีทรัพยากรมากมายให้ใช้ จึงใช้อย่างไม่ระมัดระวัง  ผลงานที่ได้จะถูกชื่นชมในเวลาเพียงชั่วครู่และแทบจะไม่คุ้มค่า  แต่สิ่งที่เหลือคือ เศษขยะจำนวนมาก  สิ่งประดิษฐ์ที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกต่อไป  เช่น  ผ้าผืนใหญ่  ก็ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ   ไหมพรมม้วนเต็มๆ  ก็ถูกนำมาผูกๆ เอาไว้ประดับเครื่องแต่งกาย   ป้ายที่ใช้กระดาษสีเกินเหตุ  ทั้งเสียเวลาอีกด้วย  สิ่งต่างๆ ถูกย่อยทำลายในพริบตา

หากมองโลกในแง่บวกมากๆ ก็สามารถมองได้ว่า  พัสดุเหล่านี้  ถูกเตรียมไว้เพื่อใช้  ถ้ากิจกรรมนั้นทำให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า เช่น  ได้ฝึกพัฒนาการ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ (ยังกะเด็กอนุบาลหัดคิด)  ฝึกการทำงานร่วมกัน  ต่อให้ใช้อะไร  สโมฯ ก็พร้อมจะจัดหาให้ทุกคนใช้

เหอะ ..

บ่นไปก็ไม่ได้อะไร  ทางที่ดี เราควรมาเจอกันครึ่งทาง สโมฯเก่าเปิดกว้าง รองรับทุกจินตนาการของท่าน  อยากทำอะไรที่มันเป็นรูปเป็นร่าง และเพื่อคนในคณะฯ ก็เข้ามาใช้อุปกรณ์และสถานที่ได้  แต่ขณะเดียวคน ผู้ใช้ควร คิด นิด นึง ถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งใช้สถานที่และอุปกรณ์ในห้องนี้เป็นหลัก  ว่าใช้แล้ว  พัสดุนั้นจะเสื่อมสภาพไปหรือไม่ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และงานท่านจำเป็นสุดฤทธิ์ ท่านก็ใช้ได้   พัสดุนั้น ทางเราต้องใช้หรือไม่ วันนี้เข้าไปหาโฟมหรือฟิวเจอร์บอร์ดจะเขียนป้าย  มันกลับกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ชิ้นย่อยๆ ที่ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้อีก  มองพวกของที่เกิดจากความ “เอามันส์” ของท่านแล้ว เสียดายแทน  เห็นมานานแล้ว  คนที่ใช้สถานที่นี้บ่อยก็ตัวดี  รู้จักอุปกรณ์หลายอย่าง  ใช้กันมันส์ …  สุดท้าย ก็ดูว่า  งานที่ท่านจะทำ มันคุ้มค่ารึป่าว ถ้าไม่ได้ทำจะเสียหายมากมั๊ย   ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง แต่คิดว่า งานไรที่ไม่ใช่งานโดยสโมฯ  รู้ึสึกว่่า ไม่คุ้มค่าเอาซะเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้ผู้เขียนพึงตระหนักไว้อีกอย่างว่า ไม่ควรสร้างถาวรวัตถุ  เดี๋ยวก็ถูกย่อยอีกหรอก 5555

The Message

เมษายน 19, 2010

จาก สมาชิกฟาร์มาติสต์ทุกคน (รึป่าว แอบอ้างชัดๆ)

ขอบคุณที่อ่านจนจบ

ใบประกอบโรค แบบอาร์ตๆ ตอนที่ 2

เมษายน 12, 2010

จากตอนที่แล้ว  ใบประกอบโรคฯ ชื่อก็บอกแล้วว่าเน้นเกี่ยวกับโรคๆๆๆ   และความหมายใน พรบ.เค้า ก็เกี่ยวกับโรค … (ดู defination มาตรา 4)

พรบ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542

View this document on Scribd

ซึ่งเห็นว่า  มันไม่ค่อย make sense กับวิชาชีพเราซะเท่าไหร่ (ก็มีนะ ที่ำทำอะไรไม่เกี่ยวกับโรค)  ดังนั้น  เราจึงมีพรบ.วิชาชีพเรา …

พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537

View this document on Scribd

ดูใน defination  (มาตรา 4 เหมือนกัน)   มีเกี่ยวกับยาๆๆๆๆ

กลับมาที่เรื่องใบประกอบฯ หรือ license นี้   สมัยโบราณนานมา  ถ้าเรามีปัญญาเรียนจบจนรับปริญญานั่นแล  เราก็จะได้ใบประกอบมาโดยปริยาย   แต่ต่อมา  มีผู้คิดได้ ว่ามันง่ายไปรึปล่าวแบบนั้น  จึงคิดว่าควรจะมีการสอบก่อน จึงจะได้ใบประกอบฯ  มา  นับตั้งแต่ที่ผู้นั้นคิดได้  ปี พ.ศ. 2547  จึงมีการสอบใบประกอบวิชาชีพเป็นครั้งแรก

มีข้อกำหนดว่า   ในการสอบ MCQ (สอบความรู้ข้อเขียน) ต้องผ่าน  60%  และสอบ OSPE (ทักษะทางวิชาชีพ  : ภาคปฏิบัติ) ต้องผ่าน  80% ต้องผ่านทั้งสองจึงได้ใบประกอบฯ มาครอบครอง

ต่อไปเป็นสรุปผลการสอบแต่ละปีครับ  (ผลนี้เป็นเฉพาะครั้งที่ 1  เพราะแต่ละปีจะสอบได้ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อยครับ)

_____________________________________________________________________

ครั้งที่ 1 ผลการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมปี 2547

  1. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) สอบได้ 100%
  2. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (มอบ.) สอบได้ 97%
  3. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) สอบได้ 89%
  4. มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) สอบได้ 81%
  5. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (จฬ.) สอบได้ 80%
  6. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สอบได้ 80%
  7. มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) สอบได้ 77%
  8. มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) สอบได้ 51%
  9. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ (มฉก.) สอบได้ 29%

_____________________________________________________________________

ครั้งที่ 2 ผลการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมปี 2548

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (จุฬา ) สอบผ่าน 97.75 %
  2. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) สอบผ่าน 92.86 %
  3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)สอบผ่าน 90.85 %
  4. มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) สอบผ่าน 86.32 %
  5. มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.)สอบผ่าน 82.76 %
  6. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (มอบ.) สอบผ่าน 81.36 %
  7. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) สอบได้ 75.61 %
  8. มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก. )สอบได้ 74.65 %
  9. มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข. )สอบได้ 66.92 %
  10. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก. )สอบได้ 28.57 %
  11. มหาวิทยาลัยรังสิต (มรส.) สอบได้ 18.93 %

_____________________________________________________________________

ครั้งที่ 3 ผลการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมปี 2549

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 92.26
  2. ม.เชียงใหม่ 89.66
  3. ม.นเรศวร 87.80
  4. ม.มหาสารคาม 84.78
  5. ม.สงขลานครินทร์ 83.22
  6. ม.มหิดล 75.29
  7. ม.ศิลปากร (รวม) 73.91
  8. ม.อุบลราชธานี 71.30
  9. ม.ขอนแก่น (รวม) 49.65
  10. ม.ศรีนครินทรวิโรฒ 45.12
  11. ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 44.14
  12. ม.รังสิต 14.29

_____________________________________________________________________

ครั้งที่ 4 ผลการสอบใบประกอบ วิชาชีพเภสัชกรรมปี 2550

อันดับ 1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  90.09% (เข้าสอบ 101 ผ่าน 91 ตก 10)
อันดับ 2 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  87.22% (เข้าสอบ 133 ผ่าน 116 ตก 17)
อันดับ 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  83.33% (เข้าสอบ 120 ผ่าน 100 ตก 20)
อันดับ 4 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  80% (เข้าสอบ 50 ผ่าน 40 ตก 10)
อันดับ 5 มหาวิทยาลัยนเรศวร  76.32% (เข้าสอบ 76 ผ่าน 58 ตก 18)
อันดับ 6 มหาวิทยาลัยมหิดล 71.25% (เข้าสอบ 80 ผ่าน 57 ตก 23)
อันดับ 7 มหาวิทยาลัยศิลปากร 60.9% (เข้าสอบ 161 ผ่าน 98 ตก 63)
อันดับ 8 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 55.3% (เข้าสอบ 150 ผ่าน 83 ตก 67)
อันดับ 9 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  44.21% (เข้าสอบ 95 ผ่าน 42 ตก 53)
อันดับ 10 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 30.30% (เข้าสอบ33 ผ่าน 10 ตก 23)
อันดับ 11 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 27.21% (เข้าสอบ 147 ผ่าน 40 ตก 107)
อันดับ 12 มหาวิทยาลัยรังสิต  16.67 % (เข้าสอบ 150 ผ่าน 25 ตก 125)

_____________________________________________________________________

ครั้งที่ 5 ผลการสอบใบประกอบ วิชาชีพเภสัชกรรมปี 2551

อันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  92.3% (เข้าสอบ 155 ผ่าน 143 ตก 12)
อันดับ 2 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  89.7% (เข้าสอบ 145 ผ่าน 130 ตก 15)
อันดับ 3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น  88.6% (เข้าสอบ 79 ผ่าน 70 ตก 9)
อันดับ 4 มหาวิทยาลัยนเรศวร  87.8% (เข้าสอบ 82 ผ่าน 72 ตก 10)
อันดับ 5 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  84.8% (เข้าสอบ 46 ผ่าน 39 ตก 7)
อันดับ 6 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  84.6% (เข้าสอบ 143 ผ่าน 121 ตก 22)
อันดับ 7 มหาวิทยาลัยมหิดล  75.3% (เข้าสอบ 149 ผ่าน 64 ตก 21)
อันดับ 8 มหาวิทยาลัยศิลปากร  73.9% (เข้าสอบ 161 ผ่าน 119 ตก 42)
อันดับ 9 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  71.3% (เข้าสอบ 115 ผ่าน 82 ตก 33)
อันดับ 10 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  45.1% (เข้าสอบ 82 ผ่าน 37 ตก 45)
อันดับ 11 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  44.1% (เข้าสอบ 111 ผ่าน 49 ตก 62)
อันดับ 12 มหาวิทยาลัยรังสิต  15% (เข้าสอบ 167 ผ่าน 25 ตก 142)

_____________________________________________________________________

ครั้งที่  6 ผลการสอบใบประกอบ วิชาชีพเภสัชกรรมปี 2552

อันดับ 1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  97.3% (เข้าสอบ 147 ผ่าน 143 ตก 4)
อันดับ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  90.0% (เข้าสอบ 161 ผ่าน 145 ตก 16)
อันดับ 3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น  85.5% (เข้าสอบ 131 ผ่าน 112 ตก 19)
อันดับ 4 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  83.7% (เข้าสอบ 49 ผ่าน 41 ตก 8 )
อันดับ 5 มหาวิทยาลัยมหิดล  80.6% (เข้าสอบ 103 ผ่าน 83 ตก 20)
อันดับ 6 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  79.1% (เข้าสอบ 129 ผ่าน 102 ตก 27)
อันดับ 7 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  77.3% (เข้าสอบ 97 ผ่าน 75 ตก 22)
อันดับ 8 มหาวิทยาลัยนเรศวร (พะเยา)  72.7% (เข้าสอบ 44 ผ่าน 32 ตก 12)
อันดับ 9 มหาวิทยาลัยนเรศวร (พิษณุโลก)  71.0% (เข้าสอบ 93 ผ่าน 66 ตก 27)
อันดับ 10 มหาวิทยาลัยศิลปากร  69.7% (เข้าสอบ 130 ผ่าน 90 ตก 40)
อันดับ 11 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  52.0% (เข้าสอบ 50 ผ่าน 26 ตก 24)
อันดับ 12 มหาวิทยาลัยรังสิต  40.1% (เข้าสอบ 167 ผ่าน 67 ตก 100)
อันดับ 13 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  30.2% (เข้าสอบ 169 ผ่าน 51 ตก 118)

_____________________________________________________________________

ครั้งที่ 7 ผลการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมปี 2553*

อันดับ 1 มหาวิทยาลัยศิลปากร 92.7% (เข้าสอบ 179 ผ่าน 166 ตก 13)
อันดับ 2 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 82.1% (เข้าสอบ 106 ผ่าน 87 ตก 19)
อันดับ 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 81.7% (เข้าสอบ 181 ผ่าน 148 ตก 33)
อันดับ 4 มหาวิทยาลัยมหิดล 81.0% (เข้าสอบ 116 ผ่าน 94 ตก 22)
อันดับ 5 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 77.6% (เข้าสอบ 170 ผ่าน 132 ตก 38)
อันดับ 6 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 70.9% (เข้าสอบ 134 ผ่าน 95 ตก 13)
อันดับ 7 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 69.0% (เข้าสอบ 58 ผ่าน 40 ตก 18)
อันดับ 8 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 64.5% (เข้าสอบ 76 ผ่าน 49 ตก 27)
อันดับ 9 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 62.9% (เข้าสอบ 199 ผ่าน 125 ตก 74)
อันดับ 10 มหาวิทยาลัยนเรศวร (พะเยา) 56.8% (เข้าสอบ 37 ผ่าน 21 ตก 16)
อันดับ 10 มหาวิทยาลัยนเรศวร (พิษณุโลก) 50.7% (เข้าสอบ 75 ผ่าน 38 ตก 37)
อันดับที่ 11 มหาวิทยาลัยรังสิต 49.6% (เข้าสอบ 117 ผ่าน 58 ตก 59)
อันดับที่ 12 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 37.2% (เข้าสอบ 164 ผ่าน 61 ตก 103)

_____________________________________________________________________

*=คะแนนเพิ่งออกร้อนๆ ไม่กี่วัน

จากผลที่ผ่านมา  จะเห็นว่า  เราอิงสถาบันศึกษาไม่ได้เสมอไป  ให้ดูที่ตัวนักศึกษาในแต่ละคน และแต่ละรุ่นมากกว่า (แล้วรุ่นเราจะเป็นเช่นไร ไม่มีใครล่วงรู้)

หมายเหตุ

1. เว็บไซต์ศูนย์สอบความรู้ฯ สภาเภสัชกรรม  http://plecenter.org/

2. ผลนี้เป็น %ผ่าน   แต่ถ้าแจกแจงค่า max  ค่า mean  จะหนาว …

3. สถาบันเรา  เคยได้อันดับ 1  แค่  2 ครั้ง  (แต่ความรู้สึกว่ามันต้องบ่อยกว่านี้นี่นา  หรือว่า  อารมณ์ค้างไปทุกปี  ว่าต้องได้ที่ 1)

4. พ.ศ. ท้ายผลแต่ละปี หมายถึง  ปีที่สอบ  (บางเว็บใช้ปีที่จบ  ไม่รู้อะไรถูก)

5. ขอแสดงความยินดีกับพี่ๆ รุ่นนี้ด้วยครับ  (พี่ๆ ที่ไม่ผ่านไม่เป็นไร มีสอบครั้งใหม่  6 – 8 ตุลา  53)

จบได้ซะทีแล้วน้า

Inspire moment:  Laws and Ethic for Pharmacy period with  Ajarn Sanguan  อาจารย์รู้เรื่องมากดี

References :  Internet Sources มากมาย  บางทีก็อปๆ กันมาจนไม่รู้ที่มา เลยไม่เขียนดีกว่า

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.